เช่นเดียวกับ “เมธ” วรเมธ ภู่ภูมิรัตน์ นักศึกษาชั้นปี 3 คณะนิติศาสตร์ แกนนำจาก ม.รังสิต เล่าว่า เคยทำทำหน้าที่การ์ดอาสาของพันธมิตรฯ มาก่อน จนกระทั่งมาพบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน จึงตัดสินใจเข้ามารวมตัวกัน โดยตนเองทำหน้าที่ประสานงานภายในเครือข่าย
“ช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอได้ยินคำประกาศจากเวทีให้นักศึกษามาร่วมกัน เราจึงคิดว่า ถ้ากระจายออกไปคนละมุม ก็เหมือนมาอย่างไร้ผลสู้มารวมกันกันเป็นกลุ่มใหญ่จะดีกว่า”
หลังจากที่เข้าร่วมเครือข่าย เมธยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย คอยนำข่าวสารกระจายไปถึงเพื่อนในมหาวิทยาลัยอีกด้วย
“หลังจากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัยในเครือข่าย เราจึงวางแผนที่จะขยายเครือข่ายต่อ ด้วยวิธีการพูดคุย ออกหนังสือแถลงการณ์ พร้อมทั้งติดต่อไปยังสโมสรแต่ละคณะ เพื่อขอความช่วยเหลือ บางคณะให้ความร่วมมือ แต่บางคณะกลับขอดูท่าทางที่ของสถานการณ์ เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย แต่โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือ และให้อิสระการเคลื่อนไหวเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงจุดยืนนั้น ยอมรับว่า กลัวเกิดเหตุการณ์รุนแรงแต่ในเมื่อเราพร้อมที่จะสู้ เราต้องทำให้ดีที่สุด แม้ว่าอุดมการณ์จะเก็บไม่ได้ แต่อิ่มใจในสิ่งที่ทำ ต้องกล้าทำ กล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้องให้ได้”
ส่วน “เต้” ศิริพล เคารพธรรม นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ แกนนำจาก ม.เกษตรศาสตร์ เล่าว่า เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ มาก่อน โดยทำหน้าที่เป็นอาสาอยู่ในหน่วยพยาบาลเคลื่อนนี้ จากนั้นก็เข้าร่วมกับ Young PAD โดยทำหน้าที่ประสานงานในเครือข่ายฯ และทำหน้าที่ปราศรัยบนเวที
“สิ่งที่เราทำไม่ใช่ความกล้า แต่เป็นเพราะเรารับไม่ได้ที่สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เมื่อก่อนก็ชั่งใจกับตัวเองว่าเราต้องการอะไร จนกระทั่งวันนี้เราได้ทำหน้าที่ของนักศึกษาและใช้สิทธิเสรีภาพของความเป็นประชาชนคนหนึ่ง เพื่อกอบกู้ประชาติให้กลับมาอย่างถูกต้อง ซึ่งทุกครั้งที่ขึ้นเวที เราต้องการให้ทุกคนเข้าใจในอุดมการณ์ที่เรายึดไว้เสมอ อีกทั้งยังเชิญชวนให้เพื่อนมาเข้าร่วมอยู่เสมอ หนึ่งพลัง หนึ่งเสียงจะสร้างทุกอย่างให้ยิ่งใหญ่”
ขณะที่ “บุช" และ "เติ้ง” สองนักศึกษาจาก ม.สงขลานครินทร์ ที่เดินทางมาจากใต้และเข้าร่วมกับกลุ่มในครั้งนี้ สรุปความเห็นอย่างโดนใจว่า
“เราปล่อยให้ผู้ใหญ่ออกโรงปกป้องชาติมานานแล้ว ทั้งๆ ที่เราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน หลายคนอาจจะคิดว่าคนใต้เป็นคนหัวรุนแรง แต่ผมอยากจะบอกว่าเป็นเพราะเรามองออกว่า สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด แม้จะต้องตายก็ขอรักษาสิทธิ เรียกร้องความเป็นธรรม เราจะแสดงจุดยืนจนกว่ารัฐบาลจะยอมถอนตัวออกไป จะลุกขึ้นมาต่อต้านเพื่อประเทศชาติของเรา”
...และทั้งหมดนั้นคือพลังของบรรดานักเรียน นิสิต นักศึกษาที่รวมตัวกันในนามของ YOUNG PAD ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล ไม่อาจปฏิเสธพลังแห่งการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้
ที่มา : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106788